ยาพาราเซตามอลทำงานอย่างไร

ยาพาราเซตามอลทำให้หายปวดได้อย่างไร และมันรู้ได้อย่างไรว่าต้องลดปวดตรงไหน?

ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “พารา” เป็นยาแก้ปวดที่ได้รับความนิยมและใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก เนื่องจากออกฤทธิ์บรรเทาอาการปวดและลดไข้ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยมีผลข้างเคียงที่ต่ำกว่ายาแก้ปวดบางประเภท เช่น ยากลุ่ม NSAIDs (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs) อย่างไอบูโพรเฟนหรือแอสไพริน

แม้ว่าเราจะคุ้นเคยกับยาพาราเซตามอลเป็นอย่างดี แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่า ยาพาราทำให้เราหายปวดได้อย่างไร? และมันรู้ได้อย่างไรว่าต้องลดปวดตรงไหน? ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกกลไกการทำงานของยาพารา รวมถึงตอบคำถามที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับวิธีที่มันช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้น

  1. ยาพาราทำงานอย่างไรในการลดอาการปวด?

1.1 อาการปวดเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ก่อนจะเข้าใจว่ายาพาราเซตามอลทำงานอย่างไร เราต้องเข้าใจก่อนว่า “ความเจ็บปวด” เกิดขึ้นจากอะไร

อาการปวดเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายที่ใช้แจ้งเตือนว่ามีบางอย่างผิดปกติ เช่น การบาดเจ็บ อักเสบ หรือโรคบางชนิด เมื่อเนื้อเยื่อได้รับความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นเพราะการชน การถูกบาด หรือโรคต่างๆ ร่างกายจะปล่อยสารเคมีที่เรียกว่า พรอสตาแกลนดิน (Prostaglandins) ออกมา สารนี้ทำให้ปลายประสาทรับความเจ็บปวดไวขึ้น เมื่อปลายประสาทส่งสัญญาณความเจ็บปวดไปยังสมอง เราก็จะรับรู้ถึงอาการปวด

1.2 กลไกการทำงานของพาราเซตามอล

ยาพาราเซตามอลมีฤทธิ์ลดปวดโดยการยับยั้งเอนไซม์ที่เรียกว่า Cyclooxygenase (COX) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยสร้างพรอสตาแกลนดิน

เมื่อพรอสตาแกลนดินลดลง ปลายประสาทจะมีความไวต่อความเจ็บปวดน้อยลง ทำให้เรารู้สึกปวดน้อยลงหรือหายปวดไปเลย

อย่างไรก็ตาม กลไกของพาราเซตามอลยังค่อนข้างซับซ้อนและมีความแตกต่างจากยาแก้ปวดประเภทอื่น เช่น NSAIDs ที่ทำงานโดยการยับยั้งเอนไซม์ COX ทั้งในสมองและทั่วร่างกาย ในขณะที่พาราเซตามอลมีผลในสมองเป็นหลัก

ดังนั้น ยาพาราไม่ได้ลดการอักเสบเหมือนยา NSAIDs แต่มันช่วยลดปวดและลดไข้ได้ดี

  1. พารารู้ได้ยังไงว่าเราปวดตรงไหน?

หนึ่งในคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับพาราเซตามอลคือ “พารารู้ได้ยังไงว่าต้องลดปวดตรงไหน?” หรือ “ทำไมกินพาราแล้วหายปวดหัว แต่ถ้าปวดฟันก็ดันไปหายปวดฟันแทน?”

2.1 พาราไม่ได้ “รู้” ว่าเราปวดตรงไหน

จริงๆ แล้ว ยาพาราเซตามอล ไม่ได้มีความสามารถในการเลือกตำแหน่งที่จะลดปวด แต่มันจะเข้าสู่กระแสเลือดและออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย

2.2 กลไกการกระจายของยา

เมื่อเรากินยาพาราเซตามอล มันจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดผ่านทางระบบทางเดินอาหาร จากนั้นกระแสเลือดจะนำยาไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไปยัง สมองและไขสันหลัง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการรับรู้ความเจ็บปวด

2.3 การทำงานของสมองในการ “เลือกลดปวด”

เมื่อพาราเซตามอลเข้าสู่สมอง มันจะ ลดการผลิตพรอสตาแกลนดินในสมอง ทำให้ปลายประสาทมีความไวต่อความเจ็บปวดลดลง สมองของเราจึง “รับรู้” ว่าความเจ็บปวดลดลง ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดหัว ปวดฟัน ปวดกล้ามเนื้อ หรือปวดท้อง

พูดง่ายๆ ก็คือ พาราเซตามอลทำให้สมองลดการส่งสัญญาณความเจ็บปวด ทำให้เรารู้สึกหายปวด ไม่ใช่ว่ามันเลือกไปลดปวดตรงนั้นตรงนี้ได้เอง

  1. ทำไมพาราเซตามอลไม่ลดอาการอักเสบ?

แม้ว่ายาพาราจะช่วยลดอาการปวดได้ดี แต่มันไม่ได้ช่วยลดอาการอักเสบแบบเดียวกับยา NSAIDs อย่างไอบูโพรเฟนหรือแอสไพริน

3.1 พาราออกฤทธิ์ในสมองเป็นหลัก

พาราเซตามอลออกฤทธิ์ที่สมองมากกว่าที่เนื้อเยื่อของร่างกาย ในขณะที่ยา NSAIDs สามารถยับยั้งพรอสตาแกลนดินทั้งในสมองและบริเวณที่เกิดการอักเสบ

ดังนั้น หากคุณมีอาการปวดที่มาจากการอักเสบ เช่น ข้ออักเสบ กล้ามเนื้ออักเสบ หรือเส้นเอ็นอักเสบ พาราเซตามอลอาจช่วยลดปวดได้บ้าง แต่จะไม่ช่วยลดอาการบวมแดงของการอักเสบ

  1. การใช้พาราเซตามอลอย่างปลอดภัย

แม้ว่ายาพาราเซตามอลจะเป็นยาที่ปลอดภัยเมื่อใช้ในขนาดที่เหมาะสม แต่การใช้ผิดวิธีอาจเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะกับตับ

4.1 ขนาดยาที่แนะนำ

ผู้ใหญ่: ไม่ควรรับประทานเกิน 500-1000 มิลลิกรัมต่อครั้ง และไม่เกิน 4000 มิลลิกรัมต่อวัน (หรือประมาณ 8 เม็ดขนาด 500 มิลลิกรัม)

เด็ก: ควรใช้ขนาดที่เหมาะสมตามน้ำหนักตัว

4.2 หลีกเลี่ยงการใช้เกินขนาด

การกินพาราเซตามอลเกินขนาดอาจทำให้เกิดพิษต่อตับและเป็นอันตรายถึงชีวิต หากกินเกินขนาดโดยไม่ตั้งใจ ควรรีบพบแพทย์ทันที

4.3 ไม่ควรใช้ร่วมกับแอลกอฮอล์

เนื่องจากพาราเซตามอลถูกเผาผลาญโดยตับ หากดื่มแอลกอฮอล์พร้อมกันจะเพิ่มความเสี่ยงของภาวะตับวาย

สรุป

ยาพาราเซตามอลลดปวดโดยการยับยั้งเอนไซม์ COX ในสมอง ทำให้ปลายประสาทรับความเจ็บปวดได้น้อยลง

พาราไม่ได้ “รู้” ว่าเราปวดตรงไหน แต่มันออกฤทธิ์ในสมอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางที่ควบคุมความเจ็บปวดทั่วร่างกาย

พาราเซตามอลไม่ช่วยลดอาการอักเสบแบบยา NSAIDs

 

ควรใช้ยาตามขนาดที่แนะนำเพื่อป้องกันอันตรายต่อตับ